The Last of Us Part II Remastered การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เปลี่ยนไป

               สำหรับเกม The Last of Us Part II Remastered ชื่อเกมก็บ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การรีเมคหรือสร้างใหม่แบบเต็มรูปแบบ ดังนั้นเนื้อหาของแคมเปญหลักยังคงเหมือนกับเกมภาคต้นฉบับทุกประการ ซึ่งเรื่องราวโดยสรุปของมันจะติดตามการผจญภัยของ “เอลลี่” (Ellie) ตัวละครหญิงผู้เป็นตัวละครเอกที่โตเป็นสาวเต็มวัย ซึ่งต้องออกเดินทางตามล่าและล้างแค้นกลุ่มคนหนึ่งซึ่งได้ก่อเหตุการณ์ร้ายแรงจนทำให้เธอและผู้เล่นทั่วโลกไม่สามารถลืมมันได้ เพราะฉะนั้นเธอต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่ลึกลับ ต้องรับมือกับความยากลำบากในการตัดสินใจว่าจะให้อภัยหรือไม่ให้อภัยในเรื่องที่ผ่านมา

               อย่างที่กล่าวไปแล้ว เกมภาคต้นฉบับออกมาในช่วงท้ายปลายยุคเพลย์สเตชัน 4 ในขณะที่เกมภาครีมาสเตอร์ออกมาในช่วงต้นยุคเพลย์สเตชัน 5 โดยมีระยะเวลาและเทคโนโลยีที่ห่างกันเพียงแค่ 3 ปีเศษๆ แม้ทีมงานจะเรียกร้องว่าภาพกราฟิกได้ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของแสงเงา แต่ในสายตาของเราเราก็ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงหรือดูสวยงามขึ้นในด้านใด การพยายามมองเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถจำแนกได้ตั้งแต่ฉากหลังยันใบหน้าของตัวละครทุกอย่างยังคงอยู่ในเกณฑ์ระดับเดียวกับที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ สิ่งที่เรารู้สึกได้ถึงความแปลกใหม่น่าสนใจน่าจดจำคือลูกเล่นฟีเจอร์บนตัวคอนโทรลเลอร์อย่าง Adaptive Trigger แรงต้านเวลาเหนี่ยวไก และระบบสั่น Haptic Feedback ที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามาในฉากคัตซีนเกมเพลย์ นอกจากนี้ยังมีฉากโหลดในช่วงสตาร์ทเข้าเกมครั้งแรกที่รวดเร็วขึ้นจาก SSD แค่นั้นเอง

เอฟเฟกต์ไฟ พื้นผิวต่างๆเหมือนเดิมทุกประการ

               ด่าน Lost Levels หรือด่านที่ถูกตัดออกไปจากต้นฉบับจะมีอยู่ทั้งหมด 3 ฉากเหตุการณ์ คือ Jackson Party ซึ่งเป็นงานเลี้ยงรื่นเริงสังสรรค์กับผู้คนในเมืองแจ๊คสันช่วงต้นเกม, Sewers ซึ่งเป็นฉากแก้ปริศนาในการค้นหาทางไปต่อในท่อระบายน้ำที่มีกับดักน่าตกใจรอคอยคุณอยู่ และ Boar Hunt ที่เป็นฉากการไล่ล่าหมูป่าในละแวกใกล้เคียงกับทุ่งฟาร์มช่วงท้ายเกมที่มีแง่คิดบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ในเนื้อหาของเกม ซึ่งทั้งหมดเป็นฉากเหตุการณ์เสริมที่ไม่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องหลัก นอกจากนี้ ด่านที่ทีมงานเลือกให้เราเล่นก็เป็นเวอร์ชันพรีอัลฟ่าที่ยังไม่ได้พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ แอนิเมชันยังไม่สมบูรณ์ และเสียงพากย์ NPC ก็ขาดหายไป การเล่นเกมมีเพียงการสำรวจและปฏิสัมพันธ์ โดยไม่มีระบบต่อสู้ที่ดูจริงจัง ดังนั้น อย่าคาดหวังว่าคุณภาพและปริมาณของมันจะเหมือนกับเนื้อหาเสริม DLC ด่านทั้ง 3 สามารถเข้าเล่นได้ทันทีผ่านหน้าเมนู ‘เบื้องหลังการสร้าง’ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มเล่นแคมเปญทั้งหมดเพื่อลิ้มรสประสบการณ์ไซด์สตอรี่เศษเนื้อติดกระดูกเหล่านี้

Guitar Free Play 

               อีกหนึ่งโหมดใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกมภาครีมาสเตอร์ และคอนเซปต์ของมันก็ตรงตามชื่อเลย กับการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ดีดกีตาร์บรรเลงเพลงอย่างอิสระเสรีไปเรื่อยเปื่อยแบบไร้จุดหมายปราศจากเงื่อนไขหรือเวลาจำกัดใดๆ แค่จิ้มเลือกตัวละครโปรด เลือกกีตาร์ที่ชอบ เลือกบรรยากาศฉากหลังที่ถูกใจ แล้วก็นั่งเล่นดนตรีสดอยู่ตรงนั้นไปจนกว่าเราจะเบื่อหรือหมดอารมณ์สุนทรีย์ ซึ่งก็คล้ายกับการเล่นกีตาร์ในโลกความเป็นจริง เกมเมอร์ที่จะเพลิดเพลินเอ็นจอยไปกับโหมดนี้ได้คุณจำเป็นต้องรู้จักแต่ละคอร์ดแต่ละคีย์เป็นอย่างดีและมีทักษะพื้นฐานในการเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้มาก่อนบ้างแล้วในระดับหนึ่ง แต่ถ้าดีดไม่เป็นก็จบข่าว

               หัวใจสำคัญที่แท้ทรูของเกม The Last of Us Part II Remastered จริงๆ คงต้องเป็นโหมด No Return ซึ่งเป็นโหมดที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความท้าทายที่ทำให้ผู้เล่นต้องเล่นซ้ำได้โดยไม่รู้จบมากขึ้น โดยโหมดนี้ทำให้เราลืมความโกรธของเราต่อทีมงาน และยังคลายความสงสัยว่าทำไมพวกเขาต้องเพิ่มราคาเกมที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากมายจากเดิม กฎและกติกาของการเล่นในโหมดนี้จะสุ่มสถานการณ์ขึ้นมาให้เราเผชิญหน้า เช่น การต่อสู้กับศัตรูมนุษย์ของ WLF ที่บุกเข้ามาหรือการรอดตัวจากผู้ติดเชื้อ บางครั้งเราจะต้องเดินทางเพียงเดี่ยว บางครั้งเพื่อน AI อาจมาช่วยเหลือเรา การตัดสินใจที่เราต้องทำเลือกสิ่งที่จะทำต่อไป แม็พแต่ละแผนที่จะใช้เวลาเล่นไม่เกิน 10 นาที หากเราเลือกที่จะสู้หน้าโดยตรงก็จะจบไวเร็ว แต่หากเราเลือกการทำฆ่าลับแบบหนึ่งคนต่อหนึ่งคนก็อาจใช้เวลานานขึ้น เมื่อเราเล่นเสร็จเราจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญเงินที่สามารถใช้ซื้ออาวุธใหม่หรือชิ้นส่วนประกอบปืน หรืออาหารเสริมที่ช่วยปลดล็อคสกิลต่างๆ ซึ่งจะเป็นการอัพเกรดตัวละครให้แข็งแกร่งเพื่อเผชิญกับอุปสรรคในด่านถัดไปที่จะยิ่งยากและท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด่านสุดท้ายที่เราจะต้องต่อสู้กับบอสตัวต่อตัว หากเราสามารถทำลายมันได้เรียบร้อยก็จะเป็นการจบบทเรื่องราวของเกมอย่างสมบูรณ์แบบ

อัพตัวละครให้สุดเพื่อปราบบอสใหญ่ในด่านสุดท้าย เป็นอันจบรอบ

               สำหรับตัวละครที่มีให้เลือกในโหมดนี้ทั้งหมด เป็นตัวละครที่เคยปรากฏในเนื้อเรื่องแคมเปญทั้งหมด แต่ละตัวมีอาวุธและความสามารถที่แตกต่างกัน เช่น เอลลี่ สามารถใช้ปืนพกเก็บเสียงแถมได้รับปริมาณอาหารเสริมมากกว่าคนอื่น, แอ๊บบี้ สาวใหญ่ร่างถึกที่มีสกิลฮีลเลือดตัวเองทุกครั้งที่สังหารศัตรูหรือโจมตีระยะประชิด, ดีน่า สาวผิวคล้ำที่มาพร้อมสกิลคราฟต์ของสองเท่า, เลฟ เจ้าหนูหัวโล้นที่ถนัดในการลอบเร้นและใช้ธนูยิงจากระยะไกล หรือจะเป็น ยาร่า สาวน้อยที่มีพลังมิตรภาพและมีคู่หูอย่าง เลฟ คอยติดสอยห้อยตามไปไหนไปกันตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีตัวละครอื่นๆ เช่น เมล, โจเอล, ทอมมี่, เจสซี่ และ แมนนี่ ให้เราเล่นด้วยนะ แต่เราต้องปลดล็อคตามเงื่อนไขที่ตัวเกมกำหนดก่อน โดยเงื่อนไขในการปลดล็อคสามารถตรวจสอบได้ที่หน้าเมนู ‘ความท้าทาย’ ซึ่งจะมีรายละเอียดมากมาย เช่น การปลดล็อคตัวละคร ลวดลายสกินพิเศษ บอสลับใหม่ กติกาการเล่นใหม่ และการปรับแต่งเกม ที่ช่วยให้การเล่นของเราในแต่ละรอบดูสีสันและน่าสนุกยิ่งขึ้น

ข้อดี: เรื่องราวการแก้แค้นที่แฝงแง่คิดคติธรรม, เกมเพลย์เอาตัวรอดยอดเยี่ยมยืนหนึ่ง, แปลภาษาไทยมาให้ครบไม่มีผิดพลาดตกหล่น, ลูกเล่นจอย DualSense ช่วยเสริมสร้างความสมจริง, โหมดสุ่มสไตล์โร้กไลต์สนุกแปลกใหม่ทุกรอบเล่นซ้ำได้ไม่มีเบื่อ, ค่อนข้างคุ้มค่าสำหรับคนที่เลือกอัปเกรดเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย และถึงแม้เป็นเกมเก่าจากยุค PS4 แต่งานภาพยังคงสวยสะดุดตาไม่น้อยหน้าเกมใหม่ๆในปัจจุบัน

ข้อเสีย: คุณภาพกราฟิกไม่แตกต่างจากเวอร์ชันต้นฉบับ, สามด่านที่ถูกตัดยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์เหมือนใส่มาให้ดูเฉยๆ, มีเพียงโหมดโนรีเทิร์นเท่านั้นที่พอเป็นตัวชูโรงหลัก และจะมันส์กว่านี้มากหากได้เล่นออนไลน์ Co-op กับคนอื่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *